Alien Registration Stamps

อากรแสตมป์ที่มีการใช้สำหรับเอกสารทะเบียนต่างด้าว

ชุดที่ 1 First Issue 1938

ออกแบบโดย Waterlow, Perf. 12½  โดยมีการเริ่มต้นออกแบบกรอบ(frame) ของอากรแสตมป์ ราคา 4 บาท ในปี 1934_thai_alien_registraton_tax_provisional_1thailand_Alien_bookalial_tax_thai_alien_registraton_tax_provisional_20_thai_alien_registraton_tax_provisional_5_200thai_alien_registraton_documentตัวอย่างก่อนพิมพ์
alien_registation_tax_proof_thai_alien_registraton_tax_provisional_1_400baht

Provisional Issue – June 1952thai_alien_registraton_tax_provisionalthai_alien_registraton_tax_doc

ชุดที่ 2 Second Issue 1954

พิมพ์โดย Bradbury Wilkinson, London – ออกแบบเมื่อ 20 December 1953thai_alien_registraton_tax_2issuethai_alien_registraton_tax_2issue_doc.png

ค่าธรรมเนียมคนต่างด้าว

มีนาคม พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939 ) รัฐบาลสยามใช้ประมวลรัษฎากร แบบใหม่ ยกเลิกการเก็บค่ารัชชูปการ (คำว่า รัชชูปการ หมายถึง เงินช่วยราชการ ตามที่กำหนดเรียกเก็บจากราษฎรชาย ที่มิได้รับราชการทหารเป็นรายบุคคล) ทั้งคนไทยและจีน สำหรับคนจีนให้ชำระ “ค่าธรรมเนียมคนต่างด้าว” แทน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2482 เป็นต้นไป คนเชื้อชาติจีนทุกคน ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมคนต่างด้าว ครั้งแรกปีละ 4 บาท ให้ไปชำระที่สถานีตำรวจ (โรงพัก)

ค่าธรรมเนียมคนต่างด้าว ( ส่วนมากเก็บจากคนจีน จากคนชาติอื่นๆ มีจำนวนน้อยมาก ) มีการปรับเปลี่ยนหลายครั้ง :
1. พ.ศ. 2482 (1939) เก็บปีละ 4 บาท
2. พ.ศ. 2489 (1946) เก็บปีละ 8 บาท
3. พ.ศ. 2493 (1950) เก็บปีละ 20 บาท
4. พ.ศ. 2494 (1951) เก็บปีละ 80 บาท
5. พ.ศ. 2495 (1952) เก็บปีละ 400 บาท
6. พ.ศ. 2498 (1955) ถึงปัจจุบัน เก็บปีละ 200 บาท

จากสถิติการเก็บค่าธรรมเนียมคนต่างด้าว ข้างต้น จะเห็นได้ว่า รับบาลไทยเริ่มใช้ใบต่างด้าวสำหรับคนจีน ในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้นำรับบาล ( เป็นนายกรับมนตรี ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2481 ) โดยเก็บปีละ 4 บาท  ** หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 เพิ่มอัตราหลายครั้ง จนถึงปีละ 80 บาท

หลังจากประเทศจีน เปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งใหญ่ มาเป็นรัฐบาลคอมมูนิสต์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2492 ความเป็นมิตรของรัฐบาลไทย กับคนจีนลดลง รัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพิ่มค่าธรรมเนียมคนต่างด้าว จาก 80 บาท เป็น 400 บาทต่อปี ( ทั้งๆ ที่กระทรวงการคลังเสนอมา 200 บาทต่อปี ) มีการประท้วงจากรับบาลจีนคณะชาติ ซึ่งยังมีความสัมพันธไมตรี กับไทยอยู่ในขณะนั้น แต่ก็ไร้ผล

.. ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2498 หลังจาก จอมพล ป. พิบูลสงคราม กลับจากการเดินทางรอบโลก การบีบคั้นของรัฐบาลต่อคนจีนในไทยลดลง มีความปรองดอง ระหว่างนักธุรกิจจีน กับข้าราชการไทยมากขึ้น มีการประกาศพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2499 ให้ลดค่าธรรมเนียมคนต่างด้าวจาก 400 บาท มาเป็น 200 บาท และระงับการเก็บค่าธรรมเนียมย้อนหลัง จากผู้ที่ยังติดค้างอยู่ อัตราปีละ 200 บาทนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ใช้จนถึงปัจจุบัน

สถานที่ขึ้นทะเบียนคนต่างด้าว และจัดเก็บค่าธรรมเนียม เป็นหน้าที่ของสถานีตำรวจท้องถิ่น ที่ที่คนจีนผู้นั้นพำนักอยู่ เมื่อครบกำหนด จะต้องไปชำระเงิน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะผนึกอากรทะเบียนต่างด้าว บนใบสำคัญต่ออายุ และจดบันทึก ตำรวจจัดส่งเงินรายได้ ตามอากรที่เบิกมาใช้ไปจากกระทรวงการคลัง โดยผ่านกองทะเบียนคนต่างด้าว และภาษีอากร ของกรมตำรวจ (หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน )

เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ทางราชการได้ยกเลิก การผนึกอากรบนใบสำคัญต่ออายุแล้ว เพียงแต่บันทึกการชำระค่าลงทะเบียนไว้เท่านั้น

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก: จากผูกปี้ ถึง ใบต่างด้าว.. ( เรื่องเล่าจากแสตมป์ )