กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม

ด้วยปัญหาสภาพเศรษฐกิจ หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทำให้ต้องมีการตัดทอน ส่วนราชการที่ซ้ำซ้อน เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดิน จึงได้ยุบกระทรวงคมนาคม แล้วรวมเข้ากับ กระทรวงพาณิชย์ เป็น กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ในปี 2475 (ต่อมาได้รวมกับ กระทรวงเกษตราธิการ เป็น กระทรวงเกษตรพาณิชยการ และ กระทรวงเศรษฐการ ตามลำดับ)

ต่อมาได้ตรา พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. 2477 กำหนดหน้าที่ใน กระทรวงเศรษฐการออกเป็นทบวง โดยได้จัดตั้ง ทบวงพาณิชย์และคมนาคม ก่อนที่จะยุบอีกครั้ง ในปีเดียวกัน

จนกระทั่งในปี 2484 ก็ได้มีการจัดตั้ง กระทรวงคมนาคม ขึ้นใหม่ ตาม พระราชบัญญัติ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2484

1933 Thailand Ministry Of Commerce Official Cover To Thousand Palms Camp USA.

กระทรวงเกษตราธิการ

เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2435 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในชื่อ กระทรวงเกษตรพานิชการ มี เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) ขณะมีบรรดาศักดิ์ที่พระยาภาสกรวงศ์เป็นเสนาบดีคนแรก

ต่อมาในปี พ.ศ. 2439 ได้ยุบรวมกระทรวงเกษตรพานิชการเข้ากับ กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ พร้อมกับลดฐานะลงเป็นกรม ๆ หนึ่ง ในวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2442 มีพระบรมราชโองการแยกกรมเกษตรพานิชการออกมาตั้งเป็นกระทรวงใหม่ใช้ชื่อว่า กระทรวงเกษตราธิการ มี เจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (หม่อมราชวงศ์หลาน กุญชร) ขณะมีบรรดาศักดิ์ที่พระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์เป็นเสนาบดีคนแรก โดยใช้ หอรัษฎากรพิพัฒน์ เป็นที่ทำการชั่วคราว

ในปี พ.ศ. 2475 ได้มีการยุบรวมกระทรวงเกษตราธิการเข้ากับ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ใช้ชื่อว่า กระทรวงเกษตรพาณิชยการ ต่อมาวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2476 ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อและอำนาจหน้าที่จากกระทรวงเกษตรพาณิชยการเป็น กระทรวงเศรษฐการ ในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2515 มีประกาศของคณะปฏิวัติ ที่ 216 ก่อให้เกิด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนถึงปัจจุบัน

เอกสารหนังสือ กระทรวงเกษตราธิการ

BANGKOK International Stamps Exhibition “BAGKOK 1983”

ป้ายผนึกงานแสดงตราไปรษณียากรระหว่างประเทศ “กรุงเทพ 2526” (BANGKOK International Stamps Exhibition) “BANGKOK 1983” ซึ่งจัดขึ้นที่สวนอัมพร กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 4-11 สิงหาคม พ.ศ. 2526 จะมี 2 แบบ คือ ป้ายผนึกแบบแสตมป์ด้านหลังมีกาว และแบบสติกเกอร์ ทั้ง 2 รูปแบบจะมี 2 สี คือ สีน้ำเงิน แสดงชื่องานเป็นภาษาไทย และสีแดงแสดงชื่องานเป็นภาษาอังกฤษ

งานแสดงตราไปรษณียากรระหว่างประเทศ “กรุงเทพฯ 2526” – International Stamps Exhibition “BANGKOK 1983”

ป้ายผนึกงานแสดงตราไปรษณียากรระหว่างประเทศ “BANGKOK 1983” แบบแสตมป์และแบบสติกเกอร์

อ่านเพิ่มเติม “BANGKOK International Stamps Exhibition “BAGKOK 1983””

แสตมป์ตันตราภัณฑ์ เชียงใหม่

‘ตันตราภัณฑ์’ ตำนานห้างสรรพสินค้าแห่งแรกในเชียงใหม่

คนเชียงใหม่ที่มีอายุเกิน 30 ปีคงคุ้นเคยกับห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของเชียงใหม่ ‘ตันตราภัณฑ์’ เป็นอย่างดี ห้างสรรพสินค้าอันดับหนึ่งที่อยู่คู่คนเชียงใหม่มาอย่างยาวนานมากกว่า 50 ปี ถือกำเนิดมาจากร้านขายของชำเล็กๆ แห่งหนึ่งย่านตลาดวโรรส ในชื่อร้าน ‘ตันฮั่วง้วน’ ของ ‘เถ้าแก่ง่วนชุน แซ่ตั้ง’ (ต้นตระกูลตันตรานนท์) โดยได้ขึ้นมาปักหลักค้าขายที่เชียงใหม่ด้วยการเปิดร้านโชห่วย จำหน่ายสินค้าทุกชนิดตั้งแต่ เกลือ กะปิ น้ำปลา ยันอาหารกระป๋องและบุหรี่ของอังกฤษ ในสมัยนั้นตลาดวโรรสหรือกาดหลวงนอกจากเป็นตลาดแห่งแรกแล้วยังเป็นตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ ซึ่งการได้ทำเลร้านที่ยอดเยี่ยมในสมัยนั้นทำให้ร้านตันฮั่วง่วนสามารถสะสมกำไรมากพอที่จะขยายตัวในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม “แสตมป์ตันตราภัณฑ์ เชียงใหม่”

The East Asiatic Company

The East Asiatic Company: EAC บริษัทสัญชาติเดนมาร์กประจำประเทศไทย ซึ่งเปิดทำการในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย มาตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 2427 (ค.ต. 1884) โดย มร.เอ็ช เอ็น แอนเดอร์เซ่น กัปตันเรือชาวเดนมาร์ก

Hans Niels Andersen นักเดินเรือผู้ที่เคยทำงานให้กับกองทัพไทย หลังจากผันตัวมาทำการค้า Hans Niels Andersen ได้ประชุมจัดตั้ง The East Asiatic Company ขึ้นที่เมือง Copenhagen ประเทศ Denmark ต่อมาได้ขยายกิจการมาถึงสยามประเทศ ความสำเร็จของบริษัทนี้มาจากการทำธุรกิจเดินเรือที่ขยายเส้นทางไปทั่วโลก ในอดีต The East Asiatic Company ยังมั่งคั่งจากการส่งออกไม้สักและยางพาราของไทยไปขายที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบยุโรป

ซองจดหมายบริษัท EAST ASIATIC COMPANY, LIMITED ส่งจาก Bangkok ไป Copenhagen, DENMARK ในปี ค.ศ. 1939
อ่านเพิ่มเติม “The East Asiatic Company”

การส่งพัสดุแบบ EMS

การส่งจดหมายหรือพัสดุไปรษณีย์แบบด่วนพิเศษ หรือ Express Mail Service : EMS จะพบว่ารหัสจะขึ้นต้นด้วยตัว E เช่น EA/EG/EH/EJ/EK ซึ่งก็ย่อมากจากคำว่า EMS ซึ่งในปัจจุบันการจัดส่งแบบนี้จะปลอดภัยและได้ของเร็วที่สุด แต่ข้อเสียของมันก็คือค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยการส่งแบบ EMS นี้ จะมีรหัสพัสดุ (TAG) ที่สามารถตรวจสอบสถานะพัสดุทางอินเตอร์เน็ตได้ โดยข้อดีคือจะอัพเดทสถานะลำดับการส่งอย่างละเอียดว่าถึงไหนแล้ว ถ้ามีความต้องการส่งจดหมายหรือพัสดุอย่างรวดเร็วให้เลือกส่งแบบ Ems จะมีการจัดส่งที่เร็วกว่ามาก และมีกำหนดถึงที่แน่นอนกว่า

อ่านเพิ่มเติม “การส่งพัสดุแบบ EMS”

การส่งพัสดุแบบลงทะเบียน (Registered mail)

การส่งจดหมายหรือพัสดุแบบลงทะเบียน แบบนี้รหัสพัสดุจะขึ้นต้นด้วยตัว R นำหน้า เช่น RA/RB/RC/RD/RF/RG โดยในปัจจุบันการส่งแบบลงทะเบียนจะเป็นแบบที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากราคากำลังพอเหมาะ ไม่แพงจนเกินไป และยังมีรหัสพัสดุที่สามารถตรวจสอบสถานะพัสดุทางอินเตอร์เน็ตได้เช่นเดียวกับ EMS แต่จะแตกต่างตรงที่ข้อมูลจะโชว์แค่ว่ารับเข้าระบบแล้ว จากนั้นก็จะขึ้นอีกทีคือแจ้งให้ทราบว่าไปถึงปลายทางแล้ว ไม่สามารถตรวจสอบสถานะระหว่างทางได้

กระดาษแข็งตัดออกจากกล่องพัสดุลงทะเบียน ส่งจากกรุงเทพถึงออสเตรีย ผนึกแสตมป์รัชาลที่ 5 ชุดที่ 3 จำนวน 6 ดวง รวมอัตราค่าส่ง 21 อัฐ ประทับตราประจำวัน กรุงเทพ 5 ลงวันที่ 2.4.31-2 ตรงกับวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 (1902) พร้อมตราลงทะเบียน “กรุงเทพ ที่ ๕” BANGKOK 5 (R) No. 1339 และเขียนลงทะเบียน “Registered Printed matters Photos”
จดหมายลงทะเบียน ส่งไปประเทศ Belgium ในปี ค.ศ. 1931 ผนึกป้าย “R SIAM G.P.O. Bangkok No. 451”
จดหมายลงทะเบียน ส่งภายในประเทศ ปี ค.ศ. 1937 ผนึกป้าย “R SIAM ป.ณ. พิจิตร No. 836”
อ่านเพิ่มเติม “การส่งพัสดุแบบลงทะเบียน (Registered mail)”